หลายๆท่านที่เคยเปิดฝาหม้อน้ำรถยนต์ออกมาดู
คงจะเคยเจอพบกับคราบสีน้ำตาลและน้ำสีน้ำตาลภายในหม้อน้ำซึ่งเกิดจากสนิมในระบบหล่อเย็น
สนิมเป็นผลจากการทำปฏิกริยาของออกซิเจนกับโลหะ
ซึ่งเมื่อเกิดสนิมขึ้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับโลหะชนิดใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงความเสียหายจากการผุกร่อนที่เกิดขึ้นต่อโลหะนั้นๆ
การเกิดสนิมในระบบหล่อเย็นก็เช่นกัน
ในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์โดยระบบหล่อเย็นนั้น
ระบบหล่อเย็นจำเป็นต้องใช้น้ำเป็นตัวระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นน้ำที่ใช้ในระบบหล่อเย็นจึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยลดหรือป้องกันการเกิดสนิมในระบบหล่อเย็น
เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบหล่อเย็นให้ยาวนานยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้น้ำยาหล่อเย็นที่จัดจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจึงมักบรรยายสรรพคุณว่าสามารถช่วยป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้
แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นไปตามที่บรรยายหรือไม่นั้นไม่มีทางทราบได้
นอกเสียจากว่าได้มีการทดลองใช้หรือทดสอบผลิตภัณฑ์น้ำยาหล่อนั้นเสียก่อน
เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ปรากฏ
ผู้เขียนจึงทำการจัดหาน้ำยาหล่อเย็นเพื่อนำมาทดสอบว่าสามารถป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้จริงเท็จประการใด
ทั้งนี้ผู้เขียนมีความจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยชื่อยี่ห้อของน้ำยาหล่อเย็นที่นำมาทดสอบได้
โดยตัวอย่างทดสอบแบ่งออกเป็นน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้จำนวน
4 ยี่ห้อ, น้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นซึ่งต้องผสมน้ำก่อนใช้จำนวน 7 ยี่ห้อ
และน้ำประปา
ในการทดสอบนี้ผู้เขียนได้นำเอาตะปูมาบรรจุไว้ในขวดแก้ว
และทำการใส่น้ำและน้ำยาหล่อเย็นยี่ห้อต่างๆลงไปในขวดรวมทั้งสิ้น 12 ขวด สำหรับการผสมน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นนั้นผู้เขียนได้ผสมตามวิธีการใช้งานซึ่งระบุอยู่ข้างบรรจุภัณฑ์ของน้ำยาหล่อเย็นยี่ห้อนั้นๆ
หลังจากทำการใส่น้ำและน้ำยาหล่อเย็นลงในขวดแก้วแล้วจึงปิดฝาให้สนิท ตั้งขวดแก้วไว้ในสถานที่อุณหภูมิปกติ
และคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลง
หลังจากเริ่มทดลองเป็นเวลา 14 วัน คงเหลือตัวอย่างทดสอบที่ยังไม่เกิดสนิมหรือการกัดกร่อนตะปูจำนวน 5 ยี่ห้อ แบ่งเป็นน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้
2 ยี่ห้อ และ น้ำยาแบบเข้มข้น 3 ยี่ห้อ
ทั้งนี้
จากการที่ผู้เขียนได้ทำการจัดหาน้ำยาหล่อเย็นยี่ห้อต่างๆเพื่อมาทดสอบ
ทำให้ผู้เขียนพบว่าหนึ่งในน้ำยาหล่อเย็นที่ผู้เขียนทดสอบนั้นบรรยายสรรพคุณตนเองว่าสามารถใช้ได้ทั้งกับแบตเตอรี่และหม้อน้ำ
ซึ่งในความเป็นจริงน้ำที่ใช้เติมแบตเตอรี่และหม้อน้ำนั้นไม่สามารถใช้ด้วยกันหรือแทนกันได้
ทั้งสองสิ่งนั้นมีความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกัน หรือถึงแม้หม้อน้ำจะสามารถเติมน้ำกลั่นแบบเดียวกับที่เติมแบตเตอรี่ได้ก็ตาม
แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในระบบหล่อเย็น
ไม่ว่าจะเป็นสนิมหรือการกัดกร่อนก็ตาม
นอกจากนี้ หลายท่านยังคงมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับน้ำยาหล่อเย็น
อาทิเช่น
-
น้ำยาหล่อเย็นก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมในระบบหล่อเย็น
ทั้งที่จริงแล้ว ระบบหล่อเย็นอาจจะมีการรั่วซึมอยู่ก่อนแล้วเพียงแต่ไม่สามารถสังเกตเห็น
แต่สำหรับน้ำยาหล่อเย็นซึ่งมีการใส่สีลงไปด้วยเพื่อให้สามารถสังเกตเห็นรอยรั่วได้ง่าย
เมื่อเติมลงในระบบจึงทำให้เห็นว่าระบบมีรอยรั่ว จนอาจส่งผลให้เข้าผิดว่าน้ำยาหล่อเย็นก่อให้เกิดการรั่วในระบบหล่อเย็น
-
น้ำยาหล่อเย็นที่มาพร้อมรถจากโรงงานผู้ผลิตรถ
ถ้าพร่องลงก็สามารถเติมน้ำเปล่าลงไปได้ อันที่จริง น้ำยาหล่อเย็นที่มาจากโรงงานผู้ผลิตรถนั้น
เป็นน้ำยาหล่อเย็นที่มีคุณภาพดีในการป้องกันสนิมและการกัดกร่อน
หากเติมน้ำเปล่าลงไปย่อมส่งผลให้น้ำยาหล่อเย็นนั้นเจือจางลง
และส่งผลให้ประสิทธิภาพการปกป้องลดลงด้วยเช่นกัน
-
การดูแลระบบหล่อเย็น ต้องคอยหมั่นตรวจสอบน้ำในระบบหล่อเย็น
ถ้าระดับน้ำลดลงให้เติมน้ำลงไปให้เต็มดังเดิม ที่จริงระบบหล่อเย็นนั้นเป็นระบบปิด
น้ำที่ไหลวนอยู่ในระบบไม่สามารถที่จะลดลงได้ สาเหตุที่จะทำให้ระดับน้ำลดลงได้ก็คือมีจุดรั่วในระบบหล่อเย็น
การหมั่นคอยตรวจสอบระดับน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
แต่การเติมน้ำลงไปนั้นเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เนื่องจากสาเหตุที่แท้จริงของการที่ระดัยน้ำลดลงนั้นก็คือมีการรั่วซึมในระบบ
การตรวจหาและแก้ไขซ่อมแซมจุดที่รั่วซึมต่างหากจึงเป็นการแก้ที่ถูกต้องและยั่งยืน



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น