วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์ 1

โดยทั่วไปเมื่อเครื่องยนต์มีการทำงานจะก่อให้เกิดความร้อนขึ้น ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนมากจนเกินไป ระบบหล่อเย็นจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การระบายความร้อนของเครื่องยนต์
หลักการทำงานของระบบหล่อเย็นก็คือ การให้น้ำไหลผ่านตามทางไหลเล็กๆภายในเครื่องยนต์เพื่อรับการถ่ายเทความร้อนจากตัวเครื่องยนต์ เมื่อความร้อนถ่ายเทไปสู่น้ำแล้วอุณหภูมิของเครื่องยนต์ก็จะลดลง ส่วนน้ำที่รับเอาความร้อนไปนั้นก็จะถูกทำให้เย็นลงภายในหม้อน้ำด้วยอากาศภายนอก เมื่อรถขับเคลื่อนไปหม้อน้ำซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณหน้ารถก็จะได้รับลมเข้ามาเพื่อช่วยระบายความร้อนให้กับน้ำที่อยู่ภายในหม้อน้ำ
การที่เครื่องยนต์ของท่านทำงานตลอดเวลาบนท้องถนนที่แออัด รถไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ ย่อมส่งผลให้ปริมาณลมและประสิทธิภาพการรับลมเพื่อเข้ามาช่วยระบายความร้อนของน้ำในระบบหล่อเย็นน้อยลงไปด้วย
ตามธรรมชาติของน้ำนั้น น้ำจะเดือดและกลายเป็นไอที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส หรืออาจต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียสหากอยู่ในสถานที่ที่มีความกดอากาศต่ำอย่างเช่น บนยอดเขา และเมื่อน้ำกลายเป็นไอก็จะส่งผลต่อระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ เนื่องจากไอน้ำไม่สามารถรับการถ่ายเทความร้อนจากเครื่องยนต์ได้
นอกจากนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดสนิมบนโลหะได้ เครื่องยนต์ซึ่งประกอบไปด้วยโลหะต่างๆจำนวนมาก เมื่อโลหะเหล่านั้นสัมผัสกับน้ำในระบบหล่อเย็น จึงเกิดสนิมขึ้นภายในเครื่องยนต์ นอกจากนี้น้ำที่ได้รับความร้อนจนเดือดจะก่อให้เกิดตะกรัน ซึ่งทั้งสนิมและตะกรันล้วนส่งผลให้เครื่องยนต์มีความเสียหาย และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการหล่อเย็นโดยใช้น้ำซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเครื่องยนต์อย่างยิ่ง น้ำยาหล่อเย็นจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์
ส่วนประกอบหลักๆของน้ำยาหล่อเย็นได้แก่ น้ำ, สาร ETHYLENE GLYCOL, สี และสารเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆ เช่น สารป้องกันการเกิดสนิม เป็นต้น
สาร ETHYLENE GLYCOL หรือที่เรียกกันว่าสารหล่อเย็น อันที่จริงสารนี้ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการทำให้น้ำหรือเครื่องยนต์มีความเย็นมากขึ้น หากแต่คุณสมบัติของสารนี้คือเพิ่มจุดเดือดให้แก่น้ำ เพื่อให้น้ำสามารถคงสภาพเป็นของเหลว สามารถไหลวนในระบบหล่อเย็น และช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ได้โดยไม่กลายเป็นไอ
ส่วนสีของน้ำยาหล่อเย็นนั้นไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพหรือเป็นตัวชี้บ่งคุณภาพของน้ำยาหล่อเย็นแต่ประการใด สีในน้ำยาหล่อเย็นนั้นมีเพื่อให้สามารถสังเกตเห็นจุดที่มีการรั่วซึมของน้ำยาหล่อเย็นได้ง่ายขึ้น และสามารถจำแนกได้ว่าน้ำที่สังเกตเห็นนั้นมาจากระบบหล่อเย็นหรือไม่
น้ำยาหล่อเย็นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ น้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นที่ต้องผสมน้ำก่อนใช้งาน และน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้โดยไม่ต้องผสมน้ำ
ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นนั้นก็คือ ราคาจะถูกกว่าแบบพร้อมใช้ เนื่องจากในการใช้แต่ละครั้งนั้นใช้ปริมาณน้ำยาเพียงเล็กน้อยผสมกับน้ำ โดยสัดส่วนการผสมนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ บางยี่ห้อผสมครึ่งต่อครึ่ง (50%) บางยี่ห้อผสม 3 ส่วน ต่อน้ำ 7 ส่วน (30%) หรือบางยี่ห้ออาจผสมเพียง 5 ส่วนต่อน้ำ 95 ส่วน (5%)
สำหรับข้อด้อยของน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นก็คือ การยุ่งยากในการผสมที่ต้องผสมตามสัดส่วนที่กำหนด อีกทั้งน้ำที่นำมาผสมกับน้ำยานั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับการใช้น้ำเปล่าๆเติมลงในระบบหล่อเย็น
ส่วนน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้นั้น มีข้อดีคือ สามารถเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสัดส่วนการผสม เนื่องจากโรงงานผู้ผลิตได้ผสมไว้เรียบร้อยแล้ว และน้ำที่ผสมนั้นผ่านการควบคุมคุณภาพจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง
แต่ทั้งนี้ข้อด้อยของน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้ก็คือ ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบบเข้มข้น
ดังที่กล่าวมาแล้วว่าน้ำยาหล่อเย็นถูกคิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขข้อเสียของการใช้น้ำเปล่าในระบบหล่อเย็น ดังนั้นน้ำยาหล่อเย็นที่ดีจึงต้องสามารถช่วยระบายความร้อนได้ดี มีจุดเดือดที่สูงกว่าน้ำ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์และระบบหล่อเย็น
ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์น้ำยาหล่อเย็นจำนวนมาก หลากหลายยี่ห้อ หลากหลายสี และหลากหลายราคา ซึ่งล้วนแล้วแต่อธิบายสรรพคุณว่าสามารถระบายความร้อนได้ดี ป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนเครื่องยนต์ แต่ทั้งนี้ผู้บริโภคแทบจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด นอกเสียจากว่าได้นำไปทดลองใช้หรือนำไปทดสอบด้วยตนเอง
ทว่าสิ่งหนึ่งที่ชี้บ่งได้ว่าน้ำยาหล่อเย็นนั้นมีคุณสมบัติหรือสรรพคุณในการช่วยป้องกันการกัดกร่อนโลหะภายในเครื่องยนต์ได้จริงหรือไม่นั้น สามารถสังเกตได้จากอัตราส่วนการผสมน้ำยาหล่อเย็นกับน้ำ เนื่องจากน้ำยาหล่อเย็นที่สามารถลดการกัดกร่อนได้นั้นต้องมีสัดส่วนน้ำยาหล่อเย็นต่อน้ำไม่ต่ำกว่า 30%


ดังนั้นสำหรับน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นที่ต้องผสมน้ำก่อนการใช้งาน ที่มีคำแนะนำให้ผสมน้ำยาหล่อเย็นเพียง 5% - 10% นั้น นอกจากจะไม่สามารถป้องกันการกัดกร่อนเครื่องยนต์ได้แล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อระบบหล่อเย็นอีกด้วย เนื่องจากในน้ำยาหล่อเย็นจะมีสารจำพวก Borate, Silicate หรือ Nitrate ซึ่งหากไม่ได้รับการผสมในสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว สารเหล่านี้จะไปทำปฏิกริยากับน้ำก่อให้เกิดตะกรัน การอุดตัน และรอยรั่วในระบบหล่อเย็น
ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อผู้อ่านในการเลือกซ์้อเลือกใช้น้ำยาหล่อเย็น และในการดูแลรักษารถยนต์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น