วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์ 2


                หลายๆท่านที่เคยเปิดฝาหม้อน้ำรถยนต์ออกมาดู คงจะเคยเจอพบกับคราบสีน้ำตาลและน้ำสีน้ำตาลภายในหม้อน้ำซึ่งเกิดจากสนิมในระบบหล่อเย็น 

สนิมเป็นผลจากการทำปฏิกริยาของออกซิเจนกับโลหะ ซึ่งเมื่อเกิดสนิมขึ้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับโลหะชนิดใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงความเสียหายจากการผุกร่อนที่เกิดขึ้นต่อโลหะนั้นๆ การเกิดสนิมในระบบหล่อเย็นก็เช่นกัน

ในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์โดยระบบหล่อเย็นนั้น ระบบหล่อเย็นจำเป็นต้องใช้น้ำเป็นตัวระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นน้ำที่ใช้ในระบบหล่อเย็นจึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยลดหรือป้องกันการเกิดสนิมในระบบหล่อเย็น เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบหล่อเย็นให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้น้ำยาหล่อเย็นที่จัดจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจึงมักบรรยายสรรพคุณว่าสามารถช่วยป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นไปตามที่บรรยายหรือไม่นั้นไม่มีทางทราบได้ นอกเสียจากว่าได้มีการทดลองใช้หรือทดสอบผลิตภัณฑ์น้ำยาหล่อนั้นเสียก่อน

เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ผู้เขียนจึงทำการจัดหาน้ำยาหล่อเย็นเพื่อนำมาทดสอบว่าสามารถป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้จริงเท็จประการใด ทั้งนี้ผู้เขียนมีความจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยชื่อยี่ห้อของน้ำยาหล่อเย็นที่นำมาทดสอบได้

โดยตัวอย่างทดสอบแบ่งออกเป็นน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้จำนวน 4 ยี่ห้อ, น้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นซึ่งต้องผสมน้ำก่อนใช้จำนวน 7 ยี่ห้อ และน้ำประปา


ในการทดสอบนี้ผู้เขียนได้นำเอาตะปูมาบรรจุไว้ในขวดแก้ว และทำการใส่น้ำและน้ำยาหล่อเย็นยี่ห้อต่างๆลงไปในขวดรวมทั้งสิ้น 12 ขวด สำหรับการผสมน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นนั้นผู้เขียนได้ผสมตามวิธีการใช้งานซึ่งระบุอยู่ข้างบรรจุภัณฑ์ของน้ำยาหล่อเย็นยี่ห้อนั้นๆ หลังจากทำการใส่น้ำและน้ำยาหล่อเย็นลงในขวดแก้วแล้วจึงปิดฝาให้สนิท ตั้งขวดแก้วไว้ในสถานที่อุณหภูมิปกติ และคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลง

หลังจากเริ่มทดลองเป็นเวลา 14 วัน คงเหลือตัวอย่างทดสอบที่ยังไม่เกิดสนิมหรือการกัดกร่อนตะปูจำนวน 5 ยี่ห้อ แบ่งเป็นน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้ 2 ยี่ห้อ และ น้ำยาแบบเข้มข้น 3 ยี่ห้อ



          จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าน้ำยาหล่อเย็นจำนวนหนึ่งที่วางจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งบรรยายสรรพคุณว่าสามารถป้องกันสนิมได้นั้น ไม่ได้สามารถป้องกันสนิมได้จริงตามที่บรรยายสรรพคุณไว้ และเมื่อพิจารณาประกอบกับตัวชี้วัดเบื้องต้นของน้ำยาหล่อเย็นที่ดี ที่จะต้องมีส่วนผสมของน้ำยาหล่อเย็นต่อน้ำมากกว่า 30% ก็จะพบว่าน้ำยาหล่อเย็นที่ยังคงสภาพตะปูไว้ได้ดังเดิมโดยไม่เกิดสนิมหรือการกัดกร่อนนั้น ล้วนแล้วแต่มีอัตราส่วนการผสมของน้ำยาหล่อเย็นต่อน้ำเกินกว่า 30% ทั้งสิ้น


ทั้งนี้ จากการที่ผู้เขียนได้ทำการจัดหาน้ำยาหล่อเย็นยี่ห้อต่างๆเพื่อมาทดสอบ ทำให้ผู้เขียนพบว่าหนึ่งในน้ำยาหล่อเย็นที่ผู้เขียนทดสอบนั้นบรรยายสรรพคุณตนเองว่าสามารถใช้ได้ทั้งกับแบตเตอรี่และหม้อน้ำ ซึ่งในความเป็นจริงน้ำที่ใช้เติมแบตเตอรี่และหม้อน้ำนั้นไม่สามารถใช้ด้วยกันหรือแทนกันได้ ทั้งสองสิ่งนั้นมีความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกัน หรือถึงแม้หม้อน้ำจะสามารถเติมน้ำกลั่นแบบเดียวกับที่เติมแบตเตอรี่ได้ก็ตาม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในระบบหล่อเย็น ไม่ว่าจะเป็นสนิมหรือการกัดกร่อนก็ตาม

นอกจากนี้ หลายท่านยังคงมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับน้ำยาหล่อเย็น อาทิเช่น

-           น้ำยาหล่อเย็นก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมในระบบหล่อเย็น ทั้งที่จริงแล้ว ระบบหล่อเย็นอาจจะมีการรั่วซึมอยู่ก่อนแล้วเพียงแต่ไม่สามารถสังเกตเห็น แต่สำหรับน้ำยาหล่อเย็นซึ่งมีการใส่สีลงไปด้วยเพื่อให้สามารถสังเกตเห็นรอยรั่วได้ง่าย เมื่อเติมลงในระบบจึงทำให้เห็นว่าระบบมีรอยรั่ว จนอาจส่งผลให้เข้าผิดว่าน้ำยาหล่อเย็นก่อให้เกิดการรั่วในระบบหล่อเย็น

-           น้ำยาหล่อเย็นที่มาพร้อมรถจากโรงงานผู้ผลิตรถ ถ้าพร่องลงก็สามารถเติมน้ำเปล่าลงไปได้ อันที่จริง น้ำยาหล่อเย็นที่มาจากโรงงานผู้ผลิตรถนั้น เป็นน้ำยาหล่อเย็นที่มีคุณภาพดีในการป้องกันสนิมและการกัดกร่อน หากเติมน้ำเปล่าลงไปย่อมส่งผลให้น้ำยาหล่อเย็นนั้นเจือจางลง และส่งผลให้ประสิทธิภาพการปกป้องลดลงด้วยเช่นกัน


-           การดูแลระบบหล่อเย็น ต้องคอยหมั่นตรวจสอบน้ำในระบบหล่อเย็น ถ้าระดับน้ำลดลงให้เติมน้ำลงไปให้เต็มดังเดิม ที่จริงระบบหล่อเย็นนั้นเป็นระบบปิด น้ำที่ไหลวนอยู่ในระบบไม่สามารถที่จะลดลงได้ สาเหตุที่จะทำให้ระดับน้ำลดลงได้ก็คือมีจุดรั่วในระบบหล่อเย็น การหมั่นคอยตรวจสอบระดับน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การเติมน้ำลงไปนั้นเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เนื่องจากสาเหตุที่แท้จริงของการที่ระดัยน้ำลดลงนั้นก็คือมีการรั่วซึมในระบบ การตรวจหาและแก้ไขซ่อมแซมจุดที่รั่วซึมต่างหากจึงเป็นการแก้ที่ถูกต้องและยั่งยืน

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์ 1

โดยทั่วไปเมื่อเครื่องยนต์มีการทำงานจะก่อให้เกิดความร้อนขึ้น ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนมากจนเกินไป ระบบหล่อเย็นจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การระบายความร้อนของเครื่องยนต์
หลักการทำงานของระบบหล่อเย็นก็คือ การให้น้ำไหลผ่านตามทางไหลเล็กๆภายในเครื่องยนต์เพื่อรับการถ่ายเทความร้อนจากตัวเครื่องยนต์ เมื่อความร้อนถ่ายเทไปสู่น้ำแล้วอุณหภูมิของเครื่องยนต์ก็จะลดลง ส่วนน้ำที่รับเอาความร้อนไปนั้นก็จะถูกทำให้เย็นลงภายในหม้อน้ำด้วยอากาศภายนอก เมื่อรถขับเคลื่อนไปหม้อน้ำซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณหน้ารถก็จะได้รับลมเข้ามาเพื่อช่วยระบายความร้อนให้กับน้ำที่อยู่ภายในหม้อน้ำ
การที่เครื่องยนต์ของท่านทำงานตลอดเวลาบนท้องถนนที่แออัด รถไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ ย่อมส่งผลให้ปริมาณลมและประสิทธิภาพการรับลมเพื่อเข้ามาช่วยระบายความร้อนของน้ำในระบบหล่อเย็นน้อยลงไปด้วย
ตามธรรมชาติของน้ำนั้น น้ำจะเดือดและกลายเป็นไอที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส หรืออาจต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียสหากอยู่ในสถานที่ที่มีความกดอากาศต่ำอย่างเช่น บนยอดเขา และเมื่อน้ำกลายเป็นไอก็จะส่งผลต่อระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ เนื่องจากไอน้ำไม่สามารถรับการถ่ายเทความร้อนจากเครื่องยนต์ได้
นอกจากนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดสนิมบนโลหะได้ เครื่องยนต์ซึ่งประกอบไปด้วยโลหะต่างๆจำนวนมาก เมื่อโลหะเหล่านั้นสัมผัสกับน้ำในระบบหล่อเย็น จึงเกิดสนิมขึ้นภายในเครื่องยนต์ นอกจากนี้น้ำที่ได้รับความร้อนจนเดือดจะก่อให้เกิดตะกรัน ซึ่งทั้งสนิมและตะกรันล้วนส่งผลให้เครื่องยนต์มีความเสียหาย และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการหล่อเย็นโดยใช้น้ำซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเครื่องยนต์อย่างยิ่ง น้ำยาหล่อเย็นจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์
ส่วนประกอบหลักๆของน้ำยาหล่อเย็นได้แก่ น้ำ, สาร ETHYLENE GLYCOL, สี และสารเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆ เช่น สารป้องกันการเกิดสนิม เป็นต้น
สาร ETHYLENE GLYCOL หรือที่เรียกกันว่าสารหล่อเย็น อันที่จริงสารนี้ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการทำให้น้ำหรือเครื่องยนต์มีความเย็นมากขึ้น หากแต่คุณสมบัติของสารนี้คือเพิ่มจุดเดือดให้แก่น้ำ เพื่อให้น้ำสามารถคงสภาพเป็นของเหลว สามารถไหลวนในระบบหล่อเย็น และช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ได้โดยไม่กลายเป็นไอ
ส่วนสีของน้ำยาหล่อเย็นนั้นไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพหรือเป็นตัวชี้บ่งคุณภาพของน้ำยาหล่อเย็นแต่ประการใด สีในน้ำยาหล่อเย็นนั้นมีเพื่อให้สามารถสังเกตเห็นจุดที่มีการรั่วซึมของน้ำยาหล่อเย็นได้ง่ายขึ้น และสามารถจำแนกได้ว่าน้ำที่สังเกตเห็นนั้นมาจากระบบหล่อเย็นหรือไม่
น้ำยาหล่อเย็นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ น้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นที่ต้องผสมน้ำก่อนใช้งาน และน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้โดยไม่ต้องผสมน้ำ
ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นนั้นก็คือ ราคาจะถูกกว่าแบบพร้อมใช้ เนื่องจากในการใช้แต่ละครั้งนั้นใช้ปริมาณน้ำยาเพียงเล็กน้อยผสมกับน้ำ โดยสัดส่วนการผสมนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ บางยี่ห้อผสมครึ่งต่อครึ่ง (50%) บางยี่ห้อผสม 3 ส่วน ต่อน้ำ 7 ส่วน (30%) หรือบางยี่ห้ออาจผสมเพียง 5 ส่วนต่อน้ำ 95 ส่วน (5%)
สำหรับข้อด้อยของน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นก็คือ การยุ่งยากในการผสมที่ต้องผสมตามสัดส่วนที่กำหนด อีกทั้งน้ำที่นำมาผสมกับน้ำยานั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับการใช้น้ำเปล่าๆเติมลงในระบบหล่อเย็น
ส่วนน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้นั้น มีข้อดีคือ สามารถเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสัดส่วนการผสม เนื่องจากโรงงานผู้ผลิตได้ผสมไว้เรียบร้อยแล้ว และน้ำที่ผสมนั้นผ่านการควบคุมคุณภาพจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง
แต่ทั้งนี้ข้อด้อยของน้ำยาหล่อเย็นแบบพร้อมใช้ก็คือ ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบบเข้มข้น
ดังที่กล่าวมาแล้วว่าน้ำยาหล่อเย็นถูกคิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขข้อเสียของการใช้น้ำเปล่าในระบบหล่อเย็น ดังนั้นน้ำยาหล่อเย็นที่ดีจึงต้องสามารถช่วยระบายความร้อนได้ดี มีจุดเดือดที่สูงกว่าน้ำ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์และระบบหล่อเย็น
ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์น้ำยาหล่อเย็นจำนวนมาก หลากหลายยี่ห้อ หลากหลายสี และหลากหลายราคา ซึ่งล้วนแล้วแต่อธิบายสรรพคุณว่าสามารถระบายความร้อนได้ดี ป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนเครื่องยนต์ แต่ทั้งนี้ผู้บริโภคแทบจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด นอกเสียจากว่าได้นำไปทดลองใช้หรือนำไปทดสอบด้วยตนเอง
ทว่าสิ่งหนึ่งที่ชี้บ่งได้ว่าน้ำยาหล่อเย็นนั้นมีคุณสมบัติหรือสรรพคุณในการช่วยป้องกันการกัดกร่อนโลหะภายในเครื่องยนต์ได้จริงหรือไม่นั้น สามารถสังเกตได้จากอัตราส่วนการผสมน้ำยาหล่อเย็นกับน้ำ เนื่องจากน้ำยาหล่อเย็นที่สามารถลดการกัดกร่อนได้นั้นต้องมีสัดส่วนน้ำยาหล่อเย็นต่อน้ำไม่ต่ำกว่า 30%


ดังนั้นสำหรับน้ำยาหล่อเย็นแบบเข้มข้นที่ต้องผสมน้ำก่อนการใช้งาน ที่มีคำแนะนำให้ผสมน้ำยาหล่อเย็นเพียง 5% - 10% นั้น นอกจากจะไม่สามารถป้องกันการกัดกร่อนเครื่องยนต์ได้แล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อระบบหล่อเย็นอีกด้วย เนื่องจากในน้ำยาหล่อเย็นจะมีสารจำพวก Borate, Silicate หรือ Nitrate ซึ่งหากไม่ได้รับการผสมในสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว สารเหล่านี้จะไปทำปฏิกริยากับน้ำก่อให้เกิดตะกรัน การอุดตัน และรอยรั่วในระบบหล่อเย็น
ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อผู้อ่านในการเลือกซ์้อเลือกใช้น้ำยาหล่อเย็น และในการดูแลรักษารถยนต์